なんと14品もつくコースがある高級ディナー風タイ料理レストラン「ターム・ガーン(Time Kaan Restaurant)」伝統的なタイ料理の店をみつけることは案外難しいです。そんな中で高級ディナーの雰囲気を楽しめるタイ料理レストランとしておすすめがこの「ターム・ガーン(Time Kaan Restaurant)」です。BTSナナ駅至近のスクムビット通りソイ51にあります。ソイの中、約150メートル左側で駐車場もありますから、車でも電車でも足を運びやすいでしょう。
内装は本をたくさん飾ったアンティークな雰囲気を醸しつつ、8~10人が収容できるプライベートルームも用意。料理も1000年前から食べられていたような昔のもので、一皿ずつ丁寧に作るので、ゆっくりめのディナーになります。14品もあるコースもひとつひとつが豊かな個性を持っています。ここではそんなコースの内容を紹介していきましょう。
まずは「Sweet Fermented Rice Drink」です。このドリンクはもち米とトウガラシからできています。もち米を炊き、イーストをまぶして2日間発酵させた、少し酸味のあるノンアルコールドリンクです。
「Crispy Rice Noodle with Crabs」は米粉のセンミーを揚げ、カニ肉などと和えた逸品です。トーチジンジャーという花のゼリーも特徴的。カニ肉は新鮮で、甘味も感じられます。
続いて「Red Seabass Spicy Salad」は一見東北料理のラープにみえるかもしれません。しかし、この料理はスズキの身をひき肉にしたもので、酸味と香りが強めの料理に仕上がっています。
「Grilled Chicken and Fried Rice with
Green Peppercorn Paste」はナムプリック(合わせ調味料)の混ぜご飯です。アロマのような香り、タイの納豆、ガピ(小エビの発酵調味料)などと、雷魚の干物の肉がより複雑で深い味わいを作り出しています。
「Grilled Marbled Sand Goby Fish with
Curry in Banana Leaf」はハゼの仲間の魚を使用した料理です。ウコンの効いたカレー風のペーストを使っているので、濃くてわかりやすい味わいが特徴のひとつです。
「Surat Thani Oyster with Cold Kumquat
Tangy Sauce」はタイで有名産地のスラタニー県産カキの大きなサイズを厳選し、酸味などが入り混じった新感覚のタレで食べます。食べるときだけでなく、食べ終わったあとの香りがいいのも不思議な感じです。
「Fried Fish Roe with Shushi Curry」は珍しい雷魚の卵のチューチー(炒めタイ・カレー)です。魚卵は大きいですが、揚げてあるので食べやすいです。30種類もの香草を使ったカレーのペーストは毎日店で作っている新鮮なものになっています。
「Bird’s Nest in Black Chicken soup」は天然のツバメの巣を使ったもの。そして黒い鶏は生後3ヶ月未満を選び、8時間も煮込んでいます。
「Grilled River Prawn with Fermented
Thai Olive Sauce」はまさにタイを代表する豪華料理です。1尾200グラムはする大きなテナガエビを使用。タレはナンプラーとオリーブオイルを合わせたものです。
「Ma Mao Thai Blueberry Granita」のママウとはタイ・ブルーベリーで、そのグラニテになります。メイン料理に入る前の口直しに食べるものです。
「Grilled Lamb with Karaked Sauce」はメイン料理としてのラムのグリルです。羊肉特有の臭みもなく、ソースはタイ式にガピやウコン、ココナッツミルクなどを使ったものになっています。
「Summer Watermelon Bites」はスイーツのひとつです。2色のスイカの入ったこのスイーツは子どものころに感じた口の中で弾けるような楽しみがある、特別なデザートになっています。
「Gold Scratching Rock」は米粉から作ったパンなどとココナッツミルクや黒ゴマの粉を混ぜ合わせています。健康的で、誰もが好きになること間違いなしのメニューです。
最後は「Melting Thai Candle Cookie」は花形にしたクランベリーのビスケットで、女性が遠くへ仕事で行ってしまう恋人に作ったとされる菓子です。クランベリーの酸味が心地よいデザートです。
このようにターム・ガーンのコースメニューはそのひとつひとつに由来と想いがこもっています。ひとつひとつの料理の歴史や意味を語り合いながら食事を楽しむのもひとつのディナーの過ごし方ですね。ターム・ガーンは期待を裏切らないレストランです。
内装は本をたくさん飾ったアンティークな雰囲気を醸しつつ、8~10人が収容できるプライベートルームも用意。料理も1000年前から食べられていたような昔のもので、一皿ずつ丁寧に作るので、ゆっくりめのディナーになります。14品もあるコースもひとつひとつが豊かな個性を持っています。ここではそんなコースの内容を紹介していきましょう。
まずは「Sweet Fermented Rice Drink」です。このドリンクはもち米とトウガラシからできています。もち米を炊き、イーストをまぶして2日間発酵させた、少し酸味のあるノンアルコールドリンクです。
「Crispy Rice Noodle with Crabs」は米粉のセンミーを揚げ、カニ肉などと和えた逸品です。トーチジンジャーという花のゼリーも特徴的。カニ肉は新鮮で、甘味も感じられます。
続いて「Red Seabass Spicy Salad」は一見東北料理のラープにみえるかもしれません。しかし、この料理はスズキの身をひき肉にしたもので、酸味と香りが強めの料理に仕上がっています。
「Grilled Chicken and Fried Rice with
Green Peppercorn Paste」はナムプリック(合わせ調味料)の混ぜご飯です。アロマのような香り、タイの納豆、ガピ(小エビの発酵調味料)などと、雷魚の干物の肉がより複雑で深い味わいを作り出しています。
「Grilled Marbled Sand Goby Fish with
Curry in Banana Leaf」はハゼの仲間の魚を使用した料理です。ウコンの効いたカレー風のペーストを使っているので、濃くてわかりやすい味わいが特徴のひとつです。
「Surat Thani Oyster with Cold Kumquat
Tangy Sauce」はタイで有名産地のスラタニー県産カキの大きなサイズを厳選し、酸味などが入り混じった新感覚のタレで食べます。食べるときだけでなく、食べ終わったあとの香りがいいのも不思議な感じです。
「Fried Fish Roe with Shushi Curry」は珍しい雷魚の卵のチューチー(炒めタイ・カレー)です。魚卵は大きいですが、揚げてあるので食べやすいです。30種類もの香草を使ったカレーのペーストは毎日店で作っている新鮮なものになっています。
「Bird’s Nest in Black Chicken soup」は天然のツバメの巣を使ったもの。そして黒い鶏は生後3ヶ月未満を選び、8時間も煮込んでいます。
「Grilled River Prawn with Fermented
Thai Olive Sauce」はまさにタイを代表する豪華料理です。1尾200グラムはする大きなテナガエビを使用。タレはナンプラーとオリーブオイルを合わせたものです。
「Ma Mao Thai Blueberry Granita」のママウとはタイ・ブルーベリーで、そのグラニテになります。メイン料理に入る前の口直しに食べるものです。
「Grilled Lamb with Karaked Sauce」はメイン料理としてのラムのグリルです。羊肉特有の臭みもなく、ソースはタイ式にガピやウコン、ココナッツミルクなどを使ったものになっています。
「Summer Watermelon Bites」はスイーツのひとつです。2色のスイカの入ったこのスイーツは子どものころに感じた口の中で弾けるような楽しみがある、特別なデザートになっています。
「Gold Scratching Rock」は米粉から作ったパンなどとココナッツミルクや黒ゴマの粉を混ぜ合わせています。健康的で、誰もが好きになること間違いなしのメニューです。
最後は「Melting Thai Candle Cookie」は花形にしたクランベリーのビスケットで、女性が遠くへ仕事で行ってしまう恋人に作ったとされる菓子です。クランベリーの酸味が心地よいデザートです。このようにターム・ガーンのコースメニューはそのひとつひとつに由来と想いがこもっています。ひとつひとつの料理の歴史や意味を語り合いながら食事を楽しむのもひとつのディナーの過ごし方ですね。ターム・ガーンは期待を裏切らないレストランです。
ร้านอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ในรูปแบบ Fine
Dining นั่นคือร้าน Time Kaan ตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย
8 ถ้ามาทางบีทีเอสลงสถานีนานา เข้าซอยประมาณ 150 เมตรอยู่ซ้ายมือ มีบริการที่จอดรถ ภายในร้านตกแต่งหรูหรา มีหนังสือโบราณที่เจ้าของร้านสะสมมาอย่างยาวนาน
มาตกแต่งภายในร้านดูเก๋ไปอีกแบบ มีบริการห้อง Private จุคนได้
8-10 คน จุดเด่นของที่ร้านคือนำอาหารของคนยุคก่อนสมัย 1000 กว่าปี มาทำเป็นเมนูอาหารเสริฟกันจานต่อจานอย่างช้าๆ แต่ต่อเนื่องทั้งหมด
14 เมนูใน 1 คอร์ส ซึ่งแต่ละเมนูพิถีพิถันด้วยความปราณีต
และวัตถุดิบที่คัดมาอย่างดีจากเชฟมากประสบการณ์ มาดูกันว่า 14 เมนูมีอะไรบ้าง
Sweet Fermented Rice Drink เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มที่ทำจากข้าวเหนียวผสมพริกจินดาแดง
โดยจะนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูไปหุงให้สุกก่อน แล้วค่อยนำมาหมักด้วยยีสต์ประมาณ 2 วัน จะยังไม่มีแอลกอฮอร์ รสชาติเผ็ดนิดๆ เปรี้ยวหน่อย ได้ความสดชื่นช่วยเปิดปุ่มรับรสของอาหารได้เป็นอย่างดี
Crispy Rice Noodle with Crabs เส้นหมี่ขาวทอดกรอบ วางอยู่บนกุยฉ่ายสับคลุกกับเนย เกลือ โรยด้วยปูม้ากรอบ มีเจลลี่ดอกดาหลา ซึ่งกว่าจะได้ต้องนำดอกดาหลาไปดองก่อน แล้วค่อยนำน้ำดอกดาหลามาทำเจลลี่ ใส่กรรเชียงปูชิ้นใหญ่ บอกได้เลยว่าสดมาก เนื้อนุ่ม หวาน ราดด้วยซอสมะขามที่เคี่ยวมาเป็นพิเศษ โดยจะใช้หัวน้ำปลาบูดู และใส่ส้มซ่าจะได้ความหอมนิดๆ
Red Seabass Spicy Salad เป็นเนื้อปลากะพงแดงมาสับให้ละเอียด แล้วปรุงรส แต่ที่สำคัญจะใส่มะแข่วนลงไปด้วย กินกับใบชะมวง และแครกเกอร์น้ำมะม่วงเบา ซึ่งจะได้ทั้งความเปรี้ยวและความหอมละมุน
Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste เป็นข้าวคลุกน้ำพริก จะใช้พริกไทยอ่อนนำไปคั่วให้มีกลิ่นหอมอโรมา มีถั่วเน่า กะปิ คลุกให้เข้ากันแล้วโรยด้วยปลาช่อนแห้ง ตัวข้าวจะมีความเผ็ดร้อนจากพริกไทยแต่ว่าไม่เผ็ดมาก กินคู่กับไก่ย่างตะนาวศรี ที่มีรสเค็มนิด ช่วยตัดความเผ็ดได้เป็นอย่างดี แถมเนื้อไก่ยังนุ่มอีกด้วย
Grilled Marbled Sand Goby Fish with Curry in Banana Leaf ทางร้านจะเลือกใช้เป็นปลาบู่ ซึ่งเนื้อจะขาวนุ่ม เหนียว ไม่คาว ที่มีเทคเจอร์คล้ายปลาหิมะ มาผสมกับเครื่องแกงใต้ที่มีขมิ้น ข้างใต้จะมีผักแขยงต้มกับกะทิ เพื่อลดความขม และใส่มะเขือส้มลงไปทำให้มีรสเปรี้ยวนิดๆ แล้วอบมาด้วยควันจากกากมะพร้าวที่มีกลิ่นหอม รสชาติเข้มข้นกำลังดี
Surat Thani Oyster with Cold Kumquat Tangy Sauce เป็นหอยนามรมจากสุราษฎร์ธานี สายพันธ์ตะโก ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ เนื้อเยอะ พร้อมด้วยน้ำจิ้มที่ทำจากกรานิต้าส้มจี๊ดผสมกับขิงบดละเอียด รสชาติเปรี้ยวละมุนแบบใหม่ ที่มีความสดชื่นและยังล้างกลิ่นอาหารที่ทานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี ใครที่ชอบก็สามารถสั่งเพิ่มได้เลยนร้า
Fried Fish Roe with Shushi Curry เป็นฉู่ฉี่ไข่ปลาช่อน ซึ่งไข่ปลาจะพวงใหญ่มาก นำไปทอดกรอบๆ พร้อมกับพริกแกงฉู่ฉี่ที่ทำวันต่อวัน เคี่ยวจนเป็นครีมเข้มข้น ใส่ลูกราก 30 ลงไปด้วย แล้วท๊อปด้วยคุ๊กกี้ที่ทำจากพริกแกงฉู่ฉี่ที่มีรสชาติเข้มข้น แถมละลายในปากอีกด้วย บอกได้เลยว่ามีความหวานของกะทิและความกรุบกรอบของไข่ปลาทานรวมกันกันเข้ากันได้เป็นอย่างดี
Bird’s Nest in Black Chicken soup ซุปไก่ดำรังนกร้อนๆ ซึ่งทางร้านจะใช้รังนกธรรมชาตินำมาดึงสิ่งสกปรกออก ล้างทำความสะอาด ส่วนไก่ดำก็จะใช้ไก่ดำอายุไม่เกิน 3 เดือนนำมาเคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 8 ชั่วโมงจนได้น้ำซุปรสกลมกล่อมไม่มีกลิ่นคาว น้ำใส และใส่เก๋ากี้ลงไปด้วย บอกได้เลยว่าเป็นเมนูบำรุงร่างกายได้ดีทีเดียว
Grilled River Prawn with Fermented Thai Olive Sauce เป็นเมนูที่สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทย โดยทางร้านจะเลือกใช้เป็นกุ้งแม่น้ำขนาด 5 ตัวโล นำมาย่างให้สุกกำลังดี เสริฟคู่กับน้ำปลามะกอก ที่ใช้หัวน้ำปลาบูดู นำมาหมักกับมะกอก จะได้ความหวาน หอม ทานคู่กับหอมแดงซอย ผักกาดหิ๋น (วาซาบิอีสาน) และพริก่จินดาแดง บอกได้เลยเมนูนี้คือเด็ดมาก
Ma Mao Thai Blueberry Granita กรานิต้ามะเม่า ซึ่งจะนำมะเม่าไปล้างทำความสะอาดก่อนต้ม แล้วนำไปแช่แข็ง เหมือนทานน้ำแข็งใสสูตรโบราณ สดชื่นมาก ทานคู่กับไข่คาเวียร์ใบสาระแหน่เป็นการล้างปากก่อนเข้าเมนู Main Course
Grilled Lamb with Karaked Sauce เมนู Main Course ซึ่งเป็นสเต็กแกะย่าง เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่น วางบนซอสการะเกด ทำมาจาก กะปิ ขมิ้น กะทิ เคี่ยวจนเข้ากัน มีใบชะพลูทอด ข้าวมัน ทานพร้อมกันราดด้วยน้ำจิ้มอาจาดที่ทำมาจากกะทิ ขมิ้น ทานด้วยกันเข้ากันแบบสุดๆ
Summer Watermelon Bites เป็นเมนูของหวานที่แอบชื่นชอบและย้อนวัย บอกได้เลยว่าถูกใจมาก ทำให้นึกถึงตอนเด็กที่กินขนมเป๊าะแป๊ะๆ ในปาก โดยจะนำแตงโม 2 สี ไปบ่มในไวน์ พร้อมราดผงปลา และหอมเจียวที่ทำเป็นรูปดอกไม้ เป็นอะไรที่เข้ากัน เมื่อทานแล้วจะรู้สึกสนุกแถมยังอร่อยอีกด้วย
Gold Scratching Rock ตัวขนมปังซึ่งทำมาจากแป้งเข้าวเจ้า และข้าวเสาไห้ที่หุงจนสุกปล่อยให้เย็น นำไปคั่วปั่นให้ละเอียด แล้วค่อยนำมาเคี่ยวกับกะทิ ใส่งาดำคั่วบด กว่าจะได้ขนมปัง จานคู่กับมูสงาดำงาขาว เป็นอาหารที่ให้พลังงานเป็นอย่างมาก แต่เมื่อได้ทานแล้วรับรองได้เลยว่าติดใจแน่นอน
Melting Thai Candle Cookie ปิดท้ายด้วย บิสกิตแคนเบอร์รี รูปดอกไม้สวยงาม ขนมมงคลที่ผู้หญิงมักทำให้ชายคนรักติดไปทานระหว่างที่ต้องจากไปทำงาน เพื่อให้คิดถึงหรือนึกถึงผู้ให้ โดยจะใส่แคนเบอร์รีลงไปเพื่อเพิ่มความเปรี้ยวนิดๆ รสชาติที่หวาน หอมกลิ่นควันเทียน มีความหนึบนิดๆทำให้รู้สึกสดชื่น
ทั้งหมดนี้เป็นคอร์สเมนูอาหารที่มีเรื่องราวต่างๆ มากมายผ่านเมนูเหล่านี้ ทำให้ตลอดระยะเวลาทานเหมือนเราได้สนุกกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ทางร้านใส่มาในทุกจานไปด้วย ใครที่อยากจะลองคอร์สอาหารไทยดีๆ แนะนำมาร้านนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนคะ
Crispy Rice Noodle with Crabs เส้นหมี่ขาวทอดกรอบ วางอยู่บนกุยฉ่ายสับคลุกกับเนย เกลือ โรยด้วยปูม้ากรอบ มีเจลลี่ดอกดาหลา ซึ่งกว่าจะได้ต้องนำดอกดาหลาไปดองก่อน แล้วค่อยนำน้ำดอกดาหลามาทำเจลลี่ ใส่กรรเชียงปูชิ้นใหญ่ บอกได้เลยว่าสดมาก เนื้อนุ่ม หวาน ราดด้วยซอสมะขามที่เคี่ยวมาเป็นพิเศษ โดยจะใช้หัวน้ำปลาบูดู และใส่ส้มซ่าจะได้ความหอมนิดๆ
Red Seabass Spicy Salad เป็นเนื้อปลากะพงแดงมาสับให้ละเอียด แล้วปรุงรส แต่ที่สำคัญจะใส่มะแข่วนลงไปด้วย กินกับใบชะมวง และแครกเกอร์น้ำมะม่วงเบา ซึ่งจะได้ทั้งความเปรี้ยวและความหอมละมุน
Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste เป็นข้าวคลุกน้ำพริก จะใช้พริกไทยอ่อนนำไปคั่วให้มีกลิ่นหอมอโรมา มีถั่วเน่า กะปิ คลุกให้เข้ากันแล้วโรยด้วยปลาช่อนแห้ง ตัวข้าวจะมีความเผ็ดร้อนจากพริกไทยแต่ว่าไม่เผ็ดมาก กินคู่กับไก่ย่างตะนาวศรี ที่มีรสเค็มนิด ช่วยตัดความเผ็ดได้เป็นอย่างดี แถมเนื้อไก่ยังนุ่มอีกด้วย
Grilled Marbled Sand Goby Fish with Curry in Banana Leaf ทางร้านจะเลือกใช้เป็นปลาบู่ ซึ่งเนื้อจะขาวนุ่ม เหนียว ไม่คาว ที่มีเทคเจอร์คล้ายปลาหิมะ มาผสมกับเครื่องแกงใต้ที่มีขมิ้น ข้างใต้จะมีผักแขยงต้มกับกะทิ เพื่อลดความขม และใส่มะเขือส้มลงไปทำให้มีรสเปรี้ยวนิดๆ แล้วอบมาด้วยควันจากกากมะพร้าวที่มีกลิ่นหอม รสชาติเข้มข้นกำลังดี
Surat Thani Oyster with Cold Kumquat Tangy Sauce เป็นหอยนามรมจากสุราษฎร์ธานี สายพันธ์ตะโก ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ เนื้อเยอะ พร้อมด้วยน้ำจิ้มที่ทำจากกรานิต้าส้มจี๊ดผสมกับขิงบดละเอียด รสชาติเปรี้ยวละมุนแบบใหม่ ที่มีความสดชื่นและยังล้างกลิ่นอาหารที่ทานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี ใครที่ชอบก็สามารถสั่งเพิ่มได้เลยนร้า
Fried Fish Roe with Shushi Curry เป็นฉู่ฉี่ไข่ปลาช่อน ซึ่งไข่ปลาจะพวงใหญ่มาก นำไปทอดกรอบๆ พร้อมกับพริกแกงฉู่ฉี่ที่ทำวันต่อวัน เคี่ยวจนเป็นครีมเข้มข้น ใส่ลูกราก 30 ลงไปด้วย แล้วท๊อปด้วยคุ๊กกี้ที่ทำจากพริกแกงฉู่ฉี่ที่มีรสชาติเข้มข้น แถมละลายในปากอีกด้วย บอกได้เลยว่ามีความหวานของกะทิและความกรุบกรอบของไข่ปลาทานรวมกันกันเข้ากันได้เป็นอย่างดี
Bird’s Nest in Black Chicken soup ซุปไก่ดำรังนกร้อนๆ ซึ่งทางร้านจะใช้รังนกธรรมชาตินำมาดึงสิ่งสกปรกออก ล้างทำความสะอาด ส่วนไก่ดำก็จะใช้ไก่ดำอายุไม่เกิน 3 เดือนนำมาเคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 8 ชั่วโมงจนได้น้ำซุปรสกลมกล่อมไม่มีกลิ่นคาว น้ำใส และใส่เก๋ากี้ลงไปด้วย บอกได้เลยว่าเป็นเมนูบำรุงร่างกายได้ดีทีเดียว
Grilled River Prawn with Fermented Thai Olive Sauce เป็นเมนูที่สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทย โดยทางร้านจะเลือกใช้เป็นกุ้งแม่น้ำขนาด 5 ตัวโล นำมาย่างให้สุกกำลังดี เสริฟคู่กับน้ำปลามะกอก ที่ใช้หัวน้ำปลาบูดู นำมาหมักกับมะกอก จะได้ความหวาน หอม ทานคู่กับหอมแดงซอย ผักกาดหิ๋น (วาซาบิอีสาน) และพริก่จินดาแดง บอกได้เลยเมนูนี้คือเด็ดมาก
Ma Mao Thai Blueberry Granita กรานิต้ามะเม่า ซึ่งจะนำมะเม่าไปล้างทำความสะอาดก่อนต้ม แล้วนำไปแช่แข็ง เหมือนทานน้ำแข็งใสสูตรโบราณ สดชื่นมาก ทานคู่กับไข่คาเวียร์ใบสาระแหน่เป็นการล้างปากก่อนเข้าเมนู Main Course
Grilled Lamb with Karaked Sauce เมนู Main Course ซึ่งเป็นสเต็กแกะย่าง เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่น วางบนซอสการะเกด ทำมาจาก กะปิ ขมิ้น กะทิ เคี่ยวจนเข้ากัน มีใบชะพลูทอด ข้าวมัน ทานพร้อมกันราดด้วยน้ำจิ้มอาจาดที่ทำมาจากกะทิ ขมิ้น ทานด้วยกันเข้ากันแบบสุดๆ
Summer Watermelon Bites เป็นเมนูของหวานที่แอบชื่นชอบและย้อนวัย บอกได้เลยว่าถูกใจมาก ทำให้นึกถึงตอนเด็กที่กินขนมเป๊าะแป๊ะๆ ในปาก โดยจะนำแตงโม 2 สี ไปบ่มในไวน์ พร้อมราดผงปลา และหอมเจียวที่ทำเป็นรูปดอกไม้ เป็นอะไรที่เข้ากัน เมื่อทานแล้วจะรู้สึกสนุกแถมยังอร่อยอีกด้วย
Gold Scratching Rock ตัวขนมปังซึ่งทำมาจากแป้งเข้าวเจ้า และข้าวเสาไห้ที่หุงจนสุกปล่อยให้เย็น นำไปคั่วปั่นให้ละเอียด แล้วค่อยนำมาเคี่ยวกับกะทิ ใส่งาดำคั่วบด กว่าจะได้ขนมปัง จานคู่กับมูสงาดำงาขาว เป็นอาหารที่ให้พลังงานเป็นอย่างมาก แต่เมื่อได้ทานแล้วรับรองได้เลยว่าติดใจแน่นอน
Melting Thai Candle Cookie ปิดท้ายด้วย บิสกิตแคนเบอร์รี รูปดอกไม้สวยงาม ขนมมงคลที่ผู้หญิงมักทำให้ชายคนรักติดไปทานระหว่างที่ต้องจากไปทำงาน เพื่อให้คิดถึงหรือนึกถึงผู้ให้ โดยจะใส่แคนเบอร์รีลงไปเพื่อเพิ่มความเปรี้ยวนิดๆ รสชาติที่หวาน หอมกลิ่นควันเทียน มีความหนึบนิดๆทำให้รู้สึกสดชื่น
ทั้งหมดนี้เป็นคอร์สเมนูอาหารที่มีเรื่องราวต่างๆ มากมายผ่านเมนูเหล่านี้ ทำให้ตลอดระยะเวลาทานเหมือนเราได้สนุกกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ทางร้านใส่มาในทุกจานไปด้วย ใครที่อยากจะลองคอร์สอาหารไทยดีๆ แนะนำมาร้านนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนคะ
Time Kaan
43, 1st Floor, Kinnaree Venue, Sukhumvit 8, Banngkok
Open Daily: 17:30 - 24:00
Tel: 082-646-1664
Line : @timekaan
